· หน้าแรก
· กระดานข่าว
· ข่าวสารส่วนตัว
· ติดต่อเรา
· ถามกันบ่อย
· แนะนำและบอกต่อ
· เผยแพร่ข่าวสาร
· ภาพข่าวกิจกรรม
· รายนามสมาชิก
· วารสาร
· สถิติการเข้าชม
· สมุดเยี่ยม
· อัลบั้มภาพ

หนังสือแนะนำ

วิธีการเชิงผสมผสาน
สำหรับการวิจัยและประเมิน :

                                      180.-

การวิจัยและพัฒนา
นวัตกรรมทางการศึกษา :
250.-

การวิจัยเชิงคุณภาพ
ทางการศึกษา :
275 . -


ปรัชญาวิจัย :
320 . -

การประเมินนเรศวร :
  150 . -
ทฤษฎี รูปแบบ และแนวทาง
การประเมิน

ทิศทางและอาณาบริเวณ
การประเมิน:
  165.-

 


คำเตือน!
 การพยายามเข้าระบบจัดการ โดยผู้ที่ไม่ใช่เว็บมาสเตอร์ IP ดังกล่าวจะถูกระงับการใช้งานทันที

สำหรับผู้ดูแลเว็บ
ชื่อเรียก
รหัสผ่าน

ข้อความทั้งหมด   
 
การสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยเกี่ยวกับธรรมาภิบาลของมหาวิทยาลัยของรัฐ

 รัตนะ บัวสนธ์

บทคัดย่อ
                วัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้ เพื่อสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยเกี่ยวกับธรรมาภิบาลของมหาวิทยาลัยของรัฐและหน่วยราชการอื่น ของไทย วิธีวิจัยเป็นวิจัยเชิงเคราะห์ แหล่งข้อมูล ประกอบด้วยเอกสารและงานวิจัยเกี่ยวกับธรรมาภิบาลที่ตีพิมพ์เผยแพร่ช่วงปีพ.ศ. 2541 - 2551 เก็บข้อมูลโดยการอ่านและบันทึกสาระที่พบลงในแบบบันทึกที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและสรุปเรียบเรียงพรรณนา นำเสนอผลการสังเคราะห์ตามวัตถุประสงค์วิจัย ซึ่งผลการวิจัยพบว่า

 



           วัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้ เพื่อสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยเกี่ยวกับธรรมาภิบาลของมหาวิทยาลัยของรัฐและหน่วยราชการอื่น ของไทย วิธีวิจัยเป็นวิจัยเชิงเคราะห์ แหล่งข้อมูล ประกอบด้วยเอกสารและงานวิจัยเกี่ยวกับธรรมาภิบาลที่ตีพิมพ์เผยแพร่ช่วงปีพ.ศ. 2541 - 2551 เก็บข้อมูลโดยการอ่านและบันทึกสาระที่พบลงในแบบบันทึกที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและสรุปเรียบเรียงพรรณนา  นำเสนอผลการสังเคราะห์ตามวัตถุประสงค์วิจัย ซึ่งผลการวิจัยพบว่า เอกสารและงานวิจัยที่นำมาสังเคราะห์เป็นงานวิจัยมากที่สุด ปีที่มีการตีพิมพ์เผยแพร่เอกสารและงานวิจัยมากที่สุดคือปีพ.ศ. 2543 โดยที่คำที่ใช้ในภาษาไทยแทนคำว่า “Good Governance” ใช้คำว่า “ธรรมาภิบาล” มากที่สุด องค์ประกอบของธรรมาภิบาลมีทั้งสิ้น 9 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) นิติธรรมและความชอบธรรม 2) คุณธรรมหรือจรรยาบรรณวิชาชีพ  3) ความโปร่งใส 4) การมีส่วนร่วม 5) ความพร้อมรับผิดชอบหรือความรับผิดชอบ 6) ความคุ้มค่าหรือประสิทธิผลและประสิทธิภาพ  7) ความมั่นใจได้หรือความสามารถคาดการณ์ได้  8) ความยุติธรรมหรือความเสมอภาค  9) ความมีอิสระและความคล่องตัว โดยมีตัวบ่งชี้ธรรมาภิบาลทั้งหมด 76 ตัวบ่งชี้ นอกจากนี้ผลการสังเคราะห์ยังพบว่า ธรรมาภิบาลของมหาวิทยาลัยของรัฐและหน่วยราชการอื่นของไทยมีความแตกต่างกันตามตัวแปรต่าง ๆ อาทิ ตำแหน่งหน้าที่การงาน ประสบการณ์ทำงานของผู้ให้ข้อมูล ลักษณะของหน่วยงานและที่ตั้งของหน่วยงาน เป็นต้น จากผลการวิจัยนี้ควรใช้คำเรียก “Good Gronernance” ว่าธรรมาภิบาล และใช้องค์ประกอบ 9 ด้าน ตัวบ่งชี้ 76 ตัว สำหรับศึกษาและพัฒนาธรรมาภิบาลของหน่วยงานต่าง ๆ ของไทย
คำหลัก : 1) ธรรมาภิบาล  2) วิจัยเชิงสังเคราะห์  3) นิติธรรมหรือความชอบธรรม  4) คุณธรรมหรือจรรยาบรรณวิชาชีพ  5) ความ
                 โปร่งใส 6) การมีส่วนร่วม  7) ความพร้อมรับผิดชอบหรือความรับผิดชอบ  8) ความคุ้มค่าประสิทธิผล หรือประสิทธิภาพ 
             9) ความมั่นใจได้หรือความสามารถคาดการณ์ได้  10) ความยุติธรรมหรือความเสมอภาค  11) ความมีอิสระและความ
                  คล่องแคล่ว
Abstract
 The research purpose was to synthesis do*****ent and research report which related to a good governance in public university and other government office of Thailand. Synthesis research was used in this study. Data sources were do*****ents and research report which publiced during B.E. 2541 – 2551. Reading the message and noted to the note form was used to data collection. Data analyzed by content analysis and descriptive summarized then presented synthesis result according to the research purpose. The research results found that the most do*****ent and research reports for synthesized was research report which publiced in B.E. 2543. The most term which replaced to “Good Governance” in Thai was “Dummapibal”. There were 9 factors of good governance such as, 1) Rule of Law or Legitimacy,  2) Ethics or Integrity,  3) Transparency,  4) Participation,  5) Accountability or Responsibility, 6) Effectiveness or Efficiency,  7) Predictability, 8) Equity or Fairness,  9) Independence or Flexibility and there were 76 indicators of good governance. Beside this the synthesis results found the differential good governance on some variables of the participant opinion (such as job rank and job experience) the type and located region of each organization. From these results when whoever need to study and develop good governance in Thailand they should use the term “Dommabibal” which component of  9  factors and 76 indicators in their works.
Key word : 1) Good Governance  2) Synthesis Research  3) Rule of Law or Legitimacy 4) Ethics or Integrity
                    5) Transparency 6) Participation 7) Accountability or Responsibility 8) Effectiveness or
                         Efficiency 9) Predictability 10) Equity or Fairness 11) Independence or Flexibility    

 

บทนำ
 คำว่า “Good Governance” ได้เป็นที่รู้จักและกล่าวถึงในสังคมไทยตั้งแต่ปีพ.ศ. 2539 เป็นต้นมา เนื่องมาจากภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจที่เรียกว่าวิกฤต “ต้มยำกุ้ง”  คำนี้ในภาษาไทยมีการแปลคำศัพท์ขึ้นใช้เรียกหลายคำและมีการให้ความหมายแตกต่างกันออกไป  นอกจากนั้นก็ยังมีองค์ประกอบและตัวบ่งชี้ที่แสดงถึงสิ่งที่เรียกว่า “Good Governance” อย่างหลากหลายอีกด้วย ซึ่งปรากฏให้เห็นได้จากเอกสารสิ่งพิมพ์ การติดต่อสื่อสารระหว่างกลุ่มนักการเมือง นักวิชาการ นักพัฒนาและกลุ่มบุคคลอื่น ๆ  กอปรกับในปีพ.ศ. 2541 เป็นต้นมาก็ได้มีงานวิจัยเกี่ยวกับ “Good Governance” ในวงวิชาการของภาษาไทยอยู่บ้างจำนวนหนึ่ง  ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นความหมาย ลักษณะขององค์ประกอบและตัวบ่งชี้ที่หลากหลาย รวมถึงผลงานวิจัยเกี่ยวกับ “Good Governance”ที่ค้นพบ  จึงทำให้เกิดปัญหาในการสรุปรวมและสร้างองค์ความรู้ของ Good Governanceในสังคมไทย โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยของรัฐและหน่วยราชการอื่น ๆ ของไทยว่า มีลักษณะอย่างไรและมีพัฒนาการหรือความก้าวหน้าของความรู้ด้านนี้เพียงไร

วัตถุประสงค์
 เพื่อสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยเกี่ยวกับธรรมาภิบาลของมหาวิทยาลัยของรัฐและหน่วยราชการอื่นของไทยในด้านต่าง ๆ ได้แก่
 1. คุณลักษณะเอกสารและงานวิจัย ประกอบด้วย 
  1.1  ประเภทเอกสารและงานวิจัย
  1.2  ปีที่ตีพิมพ์หรือทำวิจัย
  1.3  เจ้าของเอกสารหรืองานวิจัย
 2. คำและความหมายที่ใช้สำหรับ “Good Governance” ประกอบด้วย
  2.1 คำที่ใช้เรียก
  2.2 ความหมาย
 3. ลักษณะงานเขียนหรือปัญหาการวิจัย ประกอบด้วย
  3.1 ธรรมาภิบาลของหน่วยงาน องค์กร
  3.2 การพัฒนาตัวชี้วัด การวัดธรรมาภิบาล
  3.3 การพัฒนาธรรมาภิบาลของหน่วยงาน องค์กร
 4.  องค์ประกอบและตัวบ่งชี้ของธรรมาภิบาล
 5. ข้อค้นพบจากงานวิจัย

วิธีดำเนินการวิจัย
 การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสังเคราะห์ โดยทำการสังเคราะห์เชิงเนื้อหาจากเอกสาร หนังสือ ตำรา บทความทางวิชาการ เอกสารสิ่งพิมพ์ และรายงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับธรรมาภิบาล
 แหล่งข้อมูล ได้แก่ ห้องสมุดของสถาบันอุดมศึกษาในภูมิภาคต่าง ๆ ของไทยจำนวน 10 แห่ง ห้องสมุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและระบบสืบค้นจากฐานข้อมูลในอินเทอร์เน็ท
 เอกสารที่สืบค้น เป็นเอกสาร หนังสือ ตำรา บทความทางวิชาการ เอกสารสิ่งพิมพ์และรายงานวิจัยเกี่ยวกับธรรมาภิบาลที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในช่วงปี พ.ศ. 2541 – 2551 สำหรับงานวิจัยนั้นก็เป็นงานวิจัยทั้งของบุคคลและหน่วยงานที่ตีพิมพ์ในช่วงดังกล่าวนี้
 ผู้วิจัยทำการสืบค้นและอ่านเอกสารต่าง ๆ แล้วบันทึกเนื้อหาสาระเทียบลงในแบบบันทึกที่สร้างขึ้น หลังจากนั้นทำการจำแนก จัดหมวดหมู่ เนื้อหาสาระแล้วทำการสรุป สังเคราะห์เข้าด้วยกัน และเรียบเรียงเขียนพรรณนานำเสนอตามประเด็นที่กำหนดไว้ในวัตถุประสงค์วิจัย

ผลการวิจัย
 1. คุณลักษณะเอกสารและงานวิจัยที่นำมาสังเคราะห์
  เอกสารและงานวิจัยที่นำมาสังเคราะห์มีทั้งสิ้น 45 รายการ ซึ่งใน 45 รายการนี้เป็นงานวิจัยมากที่สุด (ร้อยละ  31.11)  รองลงมาเป็นหนังสือ ตำราและบทความทางวิชาการ (ร้อยละ 24.44) ทั้งนี้เอกสารและงานวิจัยเหล่านี้มีการตีพิมพ์เผยแพร่ในปี พ.ศ. 2541 มากที่สุด รองลงมาได้แก่ปีพ.ศ. 2543 และปีพ.ศ. 2546  (ร้อยละ 24.4 4 ร้อยละ 22.22 และร้อยละ 13.33 ตามลำดับ) โดยที่เอกสารและงานวิจัยทั้งหมดนี้เป็นผลงานส่วนบุคคลเป็นส่วนใหญ่ (ร้อยละ 79.99)


 2. คำและความหมายที่ใช้สำหรับ “Good Governance”
  คำที่บัญญัติขึ้นใช้ในภาษาไทยสำหรับคำว่า “Good Governance” มีอยู่ทั้งสิ้น 9 คำ ทั้งเป็นคำบัญญัติขึ้นโดยส่วนราชการและนักคิด  นักวิชาการโดยตรง ในบรรดา 9 คำนี้ คำที่นิยมใช้มากที่สุดซึ่งปรากฏในเอกสารสิ่งพิมพ์และรายงานวิจัยก็คือ คำว่า “ธรรมาภิบาล”  รองลงมาคือคำว่า “ธรรมรัฐ” และ “การบริหารจัดการที่ดี”  โดยคิดเป็นร้อยละ 47.50, 20.00 และ 15.00 ตามลำดับ ดังนั้นจึงได้ผลสรุปว่า “Good Governance” เมื่อใช้ในสังคมไทย   การใช้คำว่า “ธรรมาภิบาล” น่าจะเป็นที่ยอมรับสื่อความเข้าใจได้ตรงกันมากที่สุด
 สำหรับความหมายของคำว่า “Good Governance” นั้นก็มีการแปลและอรรถอธิบายความในภาษาไทยอย่างหลากหลายเช่นเดียวกัน แต่ก็สรุปลักษณะเด่น ๆ ที่เป็นความหมายร่วมกันได้ว่า หมายถึง 1) หลักการทำงานหรือดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่หากกระทำแล้วสามารถรับประกันได้ว่าจะทำให้ได้ผลงานที่ดี 2) หลักการทำงานที่ยืนอยู่บนพื้นฐานการประสานประโยชน์ของฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับงานนั้น 3) หลักการบริหารจัดการประเทศโดยอาศัยการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ ประชาชนและเอกชน เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ป้องกันภาวะวิกฤตที่หากจะมีมาในอนาคต 4) การใช้อำนาจทางการเมืองการปกครองเพื่อบริหารจัดการประเทศ โดยคำนึงถึงความเสมอภาคของผู้ด้อยโอกาส 5) การกำหนดหลักการกลไกการจัดการทั้งของภาครัฐ และเอกชนที่มีการกำกับดูแลที่ดีรับผิดชอบต่อสาธารณะของผู้ดำเนินงาน ซึ่งจะทำให้เกิดการยอมรับ เชื่อถือได้จากสังคม
 3. ลักษณะงานเขียนหรือปัญหาการวิจัย
  ผลการสังเคราะห์พบว่างานเขียนหรือปัญหาการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับธรรมาภิบาลของหน่วยงาน องค์กรมากที่สุด รองลงมา คือ เรื่องการพัฒนาธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในหน่วยงาน องค์กร และการพัฒนาตัวชี้วัด หรือการวัดธรรมาภิบาล โดยคิดเป็นร้อยละ 51.11, 40.00  และ 8.89 ตามลำดับ
 4. องค์ประกอบและตัวบ่งชี้ของธรรมาภิบาล
  4.1  องค์ประกอบของธรรมาภิบาลที่พบจากเอกสารสิ่งพิมพ์และงานวิจัยมีทั้งสิ้น 14 ด้าน โดยที่บางด้านเป็นการแปลจากภาษาอังกฤษคำเดียวกันแต่ใช้ภาษาไทยต่างกัน และเมื่อพิจารณาจากความหมายขององค์ประกอบแต่ละบรรดาองค์ประกอบ 14 ด้านที่ปรากฏนี้  องค์ประกอบที่มีความถี่ในการกล่าวถึงมากที่สุดเรียงตามลำดับ 5ลำดับ ได้แก่ 1) ความโปร่งใส (Transparency) 2) การมีส่วนร่วม (Participation) 3) ความรับผิดชอบหรือความพร้อมรับผิดชอบ (Accountability) 4) นิติธรรม (Rule of Law or Equity)  5) คุณธรรม (Ethics or Integrity) กับความคุ้มค่า (Efficiency)  ทั้งนี้ผลจากการสังเคราะห์ความหมายขององค์ประกอบ 14 ด้าน ที่พบว่าซ้ำซ้อนกันดังกล่าวแล้วนั้น ท้ายที่สุดสรุปรวมเหลือองค์ประกอบทั้งสิ้น 9 องค์ประกอบได้แก่ 1) นิติธรรมและความชอบธรรม (Rule of Law or Equity) 2) คุณธรรมหรือจรรยาบรรณจริยธรรม (Ethics or Integrity) 3) ความโปร่งใส (Transparency) 4) การมีส่วนร่วม (Participation) 5) ความรับผิดชอบหรือความพร้อมรับผิดชอบ (Accountability) 6) ความคุ้มค่าหรือประสิทธิผลและประสิทธิภาพ (Effectiveness or Efficiency)  7) ความมั่นใจได้หรือความสามารถคาดการณ์ได้ (Predictability) 8) ความยุติธรรมหรือความเสมอภาค (Equity or Fairness) 9) ความมีอิสระและความคล่องตัว (Independence or Flexibility) ทั้งองค์ประกอบทั้ง 9 ด้าน มีความหมายและลักษณะสำคัญ ๆ ดังนี้
   4.1.1 นิติธรรมและความชอบธรรม  หมายถึง  การออกกฎหมายที่ถูกต้องเป็นธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างทั่วถึงเสมอภาคกัน การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและการปรับปรุงกฎหมายให้มีความสอดคล้องกับเหตุการณ์
   4.1.2  คุณธรรม จรรยาบรรณและจริยธรรม ห มายถึง  การทำงานที่ยึดความถูกต้อง ดีงาม ศีลธรรมหรือมาตรฐาน ประจำวิชาชีพและความเหมาะสม
   4.1.3 ความโปร่งใส หมายถึง การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์อย่างตรงไปตรงมาชัดเจนถูกต้อง เข้าใจง่ายเกี่ยวกับการปฏิบัติงานและผลการปฏิบัติงานทั้งของหน่วยงานองค์กรภาครัฐและเอกชนให้สาธารณชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับรู้
   4.1.4  การมีส่วนร่วม หมายถึง การเปิดโอกาสให้กับประชาชนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับการบริหารงานของหน่วยงาน องค์กรภาครัฐ ได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ตัดสินใจ วางแผน การลงมือปฏิบัติงาน และการแสดงประชามติในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มบุคคลดังกล่าว
   4.1.5  ความพร้อมรับผิดชอบหรือความรับผิดชอบ หมายถึง การยอมให้มีการตรวจสอบหรือพร้อมรับการตรวจสอบ จากผู้รับบริการหรือผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการตัดสินใจดำเนินงานและผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้น ความพร้อมที่จะอธิบายตอบคำถามในสิ่งดังกล่าวและการทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ
   4.1.6 ความคุ้มค่า ประสิทธิผลและประสิทธิภาพ หมายถึง การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เกี่ยวข้อง
   4.1.7 ความมั่นใจได้หรือความสามารถคาดการณ์ได้ หมายถึง การบริหารงานที่พร้อมเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลง ได้ทันเหตุการณ์กับสภาพสังคม เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป
   4.1.8 ความยุติธรรมหรือความเสมอภาค หมายถึง ความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงโอกาสการได้รับบริการต่าง ๆ จากหน่วยงานของรัฐ  สิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลที่จะได้รับการคุ้มครองและร้องทุกข์จากการปฏิบัติงานของรัฐ
   4.1.9 ความมีอิสระและความคล่องตัว  หมายถึง การกระจายอำนาจการบริหารงานไปสู่หน่วยงานย่อย การมีรูปแบบ แนวทางการบริหารที่หลากหลายไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์ที่ตายตัว  ความสามารถในการปรับเปลี่ยนหน่วยงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่จำเป็น
  4.2  ตัวบ่งชี้ธรรมาภิบาล  ตัวบ่งชี้ธรรมาภิบาลจำแนกตามองค์ประกอบพบว่า 1) องค์ประกอบด้านนิติธรรมและความชอบธรรม มีจำนวน 8 ตัวบ่งชี้  2) องค์ประกอบด้านคุณธรรม จรรยาบรรณ จริยธรรม มีจำนวน 5 ตัวบ่งชี้ 3) องค์ประกอบด้านความโปร่งใส มีจำนวน 15 ตัวบ่งชี้ 4) องค์ประกอบด้านการมีส่วนร่วม มีจำนวน 10 ตัวบ่งชี้  5) องค์ประกอบด้านความพร้อมรับผิดชอบหรือความรับผิดชอบ มีจำนวน 9 ตัวบ่งชี้ 6) องค์ประกอบด้านความคุ้มค่า ประสิทธิผลและประสิทธิภาพ มีจำนวน 15 ตัวบ่งชี้  7) องค์ประกอบด้านความมั่นใจหรือความสามารถคาดการณ์ได้  มีจำนวน 4 ตัวบ่งชี้ 8) องค์ประกอบด้านความยุติธรรมหรือความเสมอภาค  มีจำนวน 8 ตัวบ่งชี้ และ 9) องค์ประกอบด้านความมีอิสระและความคล่องตัว  มีจำนวน  8  ตัวบ่งชี้  รวมทั้งสิ้น 76  ตัวบ่งชี้
 5. ข้อค้นพบจากงานวิจัย  ผลการสังเคราะห์ข้อค้นพบจากงานวิจัยเป็นตามลำดับต่อไปนี้
  5.1 หน่วยงานหรือองค์กรที่เป็นหน่วยวิจัยและวิธีวิจัยที่ใช้พบว่า มีการทำวิจัยธรรมาภิบาลในหน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ อยากหลากหลาย อาทิ สถาบันอุดมศึกษา โรงเรียนหรือสถานศึกษา  สถานีตำรวจ โรงพยาบาล ธนาคาร โดยวิธีวิจัยที่ใช้กันเป็นส่วนใหญ่ได้แก่ การวิจัยเชิงพรรณนา
  5.2 ลักษณะปัญหาหรือประเด็นการวิจัย ประเด็นปัญหาการวิจัยส่วนใหญ่เป็นการศึกษาสภาพธรรมาภิบาลของหน่วยงานองค์กรต่าง ๆ ซึ่งเป็นการศึกษาจากความคิดเห็นของบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยงาน องค์กรนั้น ๆ ทั้งนี้ในการศึกษาจะพิจารณาธรรมาภิบาลออกเป็นรายองค์ประกอบและตัวบ่งชี้ โดยยึดจาก “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี ปี พ.ศ. 2542” เป็นหลัก
  5.3 สภาพธรรมาภิบาลของหน่วยงาน องค์กร ผลการวิจัยพบว่า ผู้ให้ข้อมูลมีความคิดเห็นต่อธรรมาภิบาลของหน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ ในภาพรวม โดยไม่แยกรายองค์ประกอบอยู่ในระดับปานกลางจนถึงดีและดีมาก และเมื่อแยกพิจารณาเป็นรายองค์ประกอบก็พบว่า ส่วนใหญ่มีธรรมาภิบาลในระดับมาก ทั้งนี้หากผู้ให้ข้อมูลเป็นผู้บริหารของหน่วยงานนั้น ๆ แล้วก็มักพบว่า หน่วยงานดังกล่าวมีธรรมาภิบาลอยู่ในระดับมากและมากที่สุด
  5.4 ความแตกต่างของธรรมาภิบาล  งานวิจัยส่วนใหญ่จะมีการเปรียบเทียบความแตกต่างของธรรมาภิบาลตามตัวแปรต่าง ๆ ได้แก่
   5.4.1 สถานภาพผู้ให้ข้อมูล  พบว่า ผู้ให้ข้อมูลที่มีสถานภาพต่างกัน (เช่น ระดับการศึกษา ตำแหน่งหน้าที่การงาน อายุหรือประสบการณ์ทำงาน) ส่วนใหญ่แล้วจะมีความคิดเห็นต่อธรรมาภิบาลของหน่วยงานต่างกัน
   5.4.2 หน่วยงานหรือองค์กร พบว่า ธรรมาภิบาลของหน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ มีความแตกต่างกันออกไปตามประเภทของหน่วยงาน องค์กรนั้น ๆ เช่น หน่วยงานทางความมั่นคงมีธรรมาภิบาลด้านความคุ้มค่าน้อยกว่าหน่วยงานทางด้านการพัฒนาและสาธารณสุข  ในขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงมีความโปร่งใสมากกว่าหน่วยงานด้านการพัฒนาและสาธารณสุข เป็นต้น
   5.4.3 ภูมิภาค พบว่า  ธรรมาภิบาลของหน่วยงานก็ยังแตกต่างกันออกไปตามภูมิภาค ที่หน่วยงานนั้น ๆ ตั้งอยู่

อภิปรายผล
 ผลการสังเคราะห์ที่ผ่านมามีประเด็นสำคัญ ๆ สำหรับการอภิปรายและพิจารณาถึงดังต่อไปนี้
 ประเด็นแรก คำที่ใช้เรียก  “Good Governance” ที่พบว่า มีอย่างหลากหลายและคำว่า “ธรรมาภิบาล” มีการใช้มากที่สุด เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าคำ “Good Governance”  เป็นคำที่เข้ามาใหม่ในสังคมไทย จึงมีการบัญญัติคำขึ้นใช้ตามการตีความและอาศัยหลักการสร้างคำในภาษาไทยของแต่ละคนในช่วงแรก ๆ ที่คำนี้เข้ามา แต่ในระยะต่อมาประมาณปีพ.ศ. 2543 เป็นต้นมา คำว่า “ธรรมาภิบาล” เป็นที่รู้จักนำมาใช้มากกว่าคำอื่น ๆ อาจเป็นเพราะว่าคำนี้ให้ความหมายได้ใกล้เคียงกับความหมายเดิมของ “Good Governance”  และที่มาจากการสร้างคำคือ “ธรรม + อภิบาล”  ก็มีความหมายตรงตัวเข้าใจง่าย คือ การปกครอง คุ้มครองที่ดี แต่อย่างไรดีมิได้หมายความว่าในสังคมไทย มิได้มีหรือตระหนักในเรื่องนี้  เพราะถ้าพิจารณาความหมายและองค์ประกอบต่าง ๆ ของธรรมาภิบาลแล้วก็จะเห็นว่าการออกกฎหมายเพื่อการบริหารราชการหรือการจัดตั้งหน่วยงานบางหน่วยงานของไทย เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ล้วนแต่มุ่งไปสู่การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีหรือธรรมาภิบาลทั้งสิ้น  เพียงแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ ความย่อหย่อนในการบังคับใช้กฎหมายและความล้าสมัยของกฎหมายบางส่วนเท่านั้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสังคมไทยเป็นไปอย่างรวดเร็วและซับซ้อนขึ้นมาก กอปรทั้งปัญหาทางสังคมก็มากขึ้นตามไปด้วย  นอกจากนั้นหากพิจารณาอย่างถ่องแท้ลึกซึ้งแล้วหลัก “ทศพิธราชธรรม” ซึ่งเป็น “ธรรม”  หรือข้อปฏิบัติของราชาหรือพระมหากษัตริย์ของไทย นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็จะมีความครอบคลุมมากกว่า “ธรรมาภิบาล”  อีกด้วย (โกวิท  วงศ์สุรวัฒน์, 2551ใน www’nidanble11.net/ekonomiz/2006g2. สืบค้นวันที่ 9 มกราคม 2551)
 ประเด็นที่สอง จากผลการวิจัยพบว่า ความหมายของ “Good Governance” องค์ประกอบและตัวบ่งชี้ที่มีอย่างหลากหลาย ทั้งนี้เป็นเพราะว่าขึ้นอยู่กับผู้เขียนหรือบุคคลที่นำมาเผยแพร่ถ่ายทอดทั้งในเอกสาร สื่อพิมพ์ ในเวทีการประชุมสัมมนาทางวิชาการตามโอกาสต่าง ๆ จะทำการค้นคว้าและตีความมุ่งเน้นไปในแง่มุมใด นอกจากนั้นอาจเป็นเพราะความแตกต่างของวัฒนธรรมทางภาษาระหว่างภาษาอังกฤษและภาษาไทยที่ไม่สามารถหาคำแปลเทียบความหมายทำเหมือนกันได้โดยตรง  ดังนั้น จึงเห็นได้ว่าแม้คำในภาษาอังกฤษที่เป็นคำเดียวกัน แต่เมื่อนำมาเผยแพร่ถ่ายทอดเป็นภาษาไทยกลับมีคำที่ใช้เรียกหลายคำ ทั้งนี้ในความหมายที่ถ่องแท้แล้วก็เป็นสิ่งเดียวกัน
  ประเด็นที่สาม จากผลการวิจัยที่พบว่า ธรรมาภิบาลของหน่วยงาน องค์กรส่วนราชการไทยมีอยู่ในระดับปานกลางจนถึงระดับดีหรือระดับมากนั้น  ทั้ง ๆ ที่หน่วยงานบางแห่งนั้นมีภาพลักษณ์และข่าวปรากฏสู่สาธารณชนไปในทางที่ตรงกันข้ามกับธรรมาภิบาล เหตุที่เป็นเช่นนี้ เนื่องมาจากสาเหตุที่พึงสังเกตสองประการกล่าวคือ ประการแรก งานวิจัยส่วนใหญ่หรือแทบทั้งหมดเก็บข้อมูลโดยการใช้แบบสอบถาม ซึ่งการใช้แบบสอบถามนั้นมักจะเหมาะสำหรับเก็บข้อมูลภาพกว้างเรื่องทั่ว ๆ ไป ที่สามารถเปิดเผยให้ผู้อื่นรับรู้ได้ ดังนั้นผู้ให้ข้อมูลจึงตอบแบบสอบถามอย่างระมัดระวัง และป้องกันรักษาภาพลักษณ์ที่จะปรากฏสู่ภายนอกหน่วยงาน องค์กรนั้น ๆ เป็นสำคัญกับประการที่สอง ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นบุคลากรหรือเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน องค์กรนั้น โดยเฉพาะถ้าเป็นผู้บริหารด้วยแล้ว โอกาสการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับธรรมาภิบาลของหน่วยงาน องค์กรของตนจึงเป็นไปเพื่อรักษาภาพลักษณ์ชื่อเสียงของหน่วยงาน องค์กรโดยแท้
 ประเด็นที่สี่ จากผลการวิจัยพบว่า ธรรมาภิบาลมีความแตกต่างกันออกไปตามตัวแปรอื่น ๆ ได้แก่ ผู้ที่มีระดับการศึกษา  ตำแหน่งหน้าที่การงาน ประสบการณ์ทำงานต่างกัน มีความคิดเห็นต่อธรรมาภิบาลของหน่วยงาน องค์กรต่างกัน ผลการวิจัยเช่นนี้ชี้ให้เห็นว่า การศึกษา หน้าที่การงาน และประสบการณ์ทำงานนั้นมีผลหล่อหลอมต่อโลกทรรศน์ของบุคคลในการมองและซึมซับสรรพสิ่ง โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับจริยธรรม ความถูกต้องดีงามในการประพฤติตนและการปฏิบัติงาน
 นอกจากตัวแปรดังกล่าวนี้แล้วธรรมาภิบาลก็ยังมีความแตกต่างกันตามลักษณะของหน่วยงาน และองค์กร อาทิ งานวิจัยพบว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงมีความโปร่งใสมากกว่าหน่วยงานด้านสาธารณสุข หรือหน่วยงานด้านการพัฒนามีความคุ้มค่ามากกว่าหน่วยงานด้านความมั่นคง ผลการวิจัยดังกล่าวนี้ แสดงให้เห็นว่าบริบท พันธกิจและแบบแผนปฏิบัติของหน่วยงานที่มีลักษณะเด่นเฉพาะตัว ย่อมมุ่งเน้น ตระหนักในธรรมาภิบาลที่ต่างองค์ประกอบหรือต่างมิติกัน กล่าวคือ เหตุที่หน่วยงานด้านการพัฒนามีธรรมาภิบาลด้านคุ้มค่ามากกว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงก็เพราะว่า หน่วยงานด้านนี้คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรและงบประมาณไปเพื่อการลงทุนหรือพัฒนาประเทศ  ซึ่งเป็นหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ดังนั้น เมื่อมีการนำทรัพยากรไปใช้เพื่อการลงทุนจึงต้องคำนึงและคำนวณถึงความคุ้มทุนและผลตอบแทน ที่จะได้รับเป็นส่วนสำคัญนั่นเอง
 ท้ายที่สุดที่ผลการสังเคราะห์งานวิจัยยังพบว่า ธรรมาภิบาลในหน่วยงานที่มีลักษณะเดียวกัน เมื่อตั้งอยู่ในภูมิภาคต่างกัน ก็มีลักษณะต่างกัน ความแตกต่างดังกล่าวนี้ สาเหตุหลักที่ช่วยอธิบายได้เป็นอย่างดีก็คือ ปัจจัยทางวัฒนธรรมของกลุ่มบุคคลในภูมิภาคนั้น ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับค่านิยม ความเชื่อและแบบแผนปฏิบัติเป็นตัวกำหนดความมากน้อยของธรรมาภิบาลในหน่วยงานนั่นเอง  ความสำคัญ ของปัจจัยทางวัฒนธรรมของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีธรรมาภิบาลนั้น งานวิจัยของบวรศักดิ์  อุวรรณโณ (2541 – 2542) ได้วิเคราะห์ให้เห็นแล้วโดยละเอียด

ข้อเสนอแนะ
 จากข้อค้นพบในการสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยดังที่ได้นำเสนอผ่านมานั้น  ผู้วิจัยใคร่ขอเสนอแนะการนำผลการสังเคราะห์ ไปใช้ดังต่อไปนี้
 1. ในการใช้คำเรียก “Good Governance” ควรใช้คำในภาษาไทยคำเดียวที่สามารถสร้างและสื่อความเข้าใจได้ตรงกัน เพราะการใช้คำศัพท์เพื่อสื่อสารในวงวิชาการและวิชาชีพเดียวกันนั้น การยอมรับคำศัพท์เดียวกันจะทำให้ง่ายต่อการสืบค้นศึกษาและเสาะแสวงหา องค์ความรู้ ในวิชาชีพนั้นให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ซึ่งคำที่ควรใช้มากที่สุดก็คือคำว่า “ธรรมาภิบาล”
 2. การศึกษาวิจัยหรือพัฒนาธรรมาภิบาล ไม่ว่าจะสำหรับหน่วยงาน องค์กรใด ๆ ก็ตามควรกระทำให้ครอบคลุมในองค์ประกอบ 9 ด้าน และ 76 ตัวบ่งชี้  ดังผลสังเคราะห์ที่ได้รับ ทั้งนี้โดยอาจปรับหรือเพิ่มบางตัวบ่งชี้ให้สอดคล้องกับธรรมชาติของหน่วยงาน องค์กรใด ๆ ก็ได้ แต่ไม่ควรตัดองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งทิ้งไป เพราะจะทำให้ไม่ครอบคลุมสาระหรือประเด็นสำคัญ ๆ ของธรรมาภิบาล
 3. ในการศึกษาธรรมาภิบาลของหน่วยงาน องค์กรใด ๆ ก็ตาม ควรพิจารณาถึงแหล่งข้อมูล ที่มาของข้อมูลและผู้ให้ข้อมูลด้วยว่า จะทำให้ได้ข้อมูลรอบด้าน ครบถ้วนตรงตามความจริงมากน้อย เพียงไร ทั้งนี้ผู้ให้ข้อมูลธรรมาภิบาลของหน่วยงาน องค์กร ควรจะได้มาจากบุคคลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน องค์กรนั้นใน 3 ฝ่ายใหญ่ ๆ ได้แก่
  ฝ่ายที่หนึ่ง คือ ฝ่ายผู้เป็นเจ้าของหน่วยงาน องค์กรนั้น ๆ โดยตรง อาทิ ผู้บริหารและพนักงาน  ข้าราชการ  เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานนั้น
  ฝ่ายที่สอง คือ ผู้รับบริการจากการปฏิบัติงานของหน่วยงาน องค์กรนั้นโดยตรง
  ฝ่ายที่สาม คือ สาธารณชนทั่วไป
  ทั้งนี้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลก็ควรจะใช้วิธีการหลากหลายประกอบกัน อาทิ แบบสอบถาม แบบสำรวจรายการ การสัมภาษณ์และการตรวจสอบเอกสาร เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการตรวจสอบความเชื่อถือได้ของข้อมูล และทำให้ได้ข้อมูลอย่างรอบด้านลุ่มลึกยิ่งขึ้น
 4. ควรมีการวิจัยในแง่มุมอื่น ๆ ให้แตกต่างไปจากผลการสังเคราะห์ที่ได้รับครั้งนี้ อาทิ ไม่ควรมีการเปรียบเทียบธรรมาภิบาลระหว่างหน่วยงานหรือระหว่างบุคคลที่มีสถานภาพต่างกัน แต่ควรมีการวิจัยในลักษณะเข้าไปพัฒนาหน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ ให้เกิดธรรมาภิบาลยิ่งขึ้น

เอกสารอ้างอิง

โกวิท  วงศ์สุรวัฒน์. (2551).  ทศพิธราชธรรมกับ Good Governance. สืบค้นเมื่อ 9 มกราคม 2551, จาก http://www.nidambe
 11.net/ekonomiz/2006q2.
จรัล  สุวรรณเวลา. (2546). จุดบอดบนทางสู่ธรรมาภิบาล บทบาทของบอร์ดขององค์การมหาชน. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่ง
 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชนะศักดิ์  ยุวบูรณ์. (2543). “กระทรวงมหาดไทยกับการบริหารจัดการที่ดี” ใน การปกครองที่ดี  (Good Governance).
 กรุงเทพมหานคร : บพิธการพิมพ์.
ชุลีพร  เดชขำ. (2543). “การบริหารจัดการที่ดี : ความจำเป็นของราชการไทย”. ใน ข้าราชการ. 44 (พฤษภาคม – มิถุนายน 2543),
 44 – 45.
ชัชภูมิ  สีชมพู. (2548). รูปแบบการบริหารจัดการเขตพื้นที่การศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล. วิทยานิพนธ์  ปร.ด., มหาวิทยาลัย
 นเรศวร, พิษณุโลก.
ชัยอนันต์  สมุทรวณิช. (2541). Good Governance กับการปฏิรูปการศึกษา-การปฏิรูปการเมือง. ม.ป.พ.
ชัยอนันต์  สมุทรวณิช. (2542). ประชารัฐกับการเปลี่ยนแปลง. กรุงเทพมหานคร : สถาบันนโยบายการศึกษา.
ธีรยุทธ  บุญมี. (2541). ธรรมรัฐแห่งชาติ ยุทธศาสตร์กู้หายนะประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์สายธาร.
ธีรภัทร์  เสรีรังสรรค์. (2549). การป้องกันการทุจริต คอร์รัปชั่นในหน่วยงานระดับกรมหรือเทียบเท่าด้วยเทคนิคการบริหารกิจการ
 บ้านเมืองที่ดี และการใช้ดัชนีชี้วัดความเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชั่น. รายงานวิจัยส่วนบุคคล นำเสนอในการประชุม
 วิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์แห่งชาติครั้งที่ 7.
ธีระ  รุณเจริญ. (2546). ธรรมาภิบาลกับบทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ธีระ  รุณเจริญ. (2550). “ประสิทธิภาพการนำธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหารจัดการโรงเรียน”. ใน วารสารศึกษาศาสตร์
 มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 30(1), 22 – 35.
นครินทร์  เมฆไตรรัตน์. (2541). “ธรรมรัฐแห่งชาติและเรื่องที่ชวนให้คิดต่อเนื่อง”. เนชั่นสุดสัปดาห์. 6(29 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์
 2541), 81.
นฤมล  ทับจุมพล. (2541). แนวคิดและวาทกรรมว่าด้วย “ธรรมรัฐแห่งชาติ” ในการจัดการปกครอง (Governance). บรรณาธิการ
 โดย ม.ร.ว. พฤทธิสาน  ชุมพล 15-31. กรุงเทพมหานคร : คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นพพล  สุรนัคครินทร์. (2547). การนำหลักธรรมาภิบาลมาปรับใช้ในองค์การบริหารส่วนตำบล ตามทัศนะของประชาชนจังหวัด
 เชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ รป.ม., มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่.
นพรัตน์  ขำพลับ. (2546). ตัวชี้วัดธรรมาภิบาลกับสถานศึกษาภาครัฐโครงการหนึ่ง. เอกสารทางวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า :
 นนทบุรี.
บวรศักดิ์  อุวรรณโณ. (2541). รายงานวิจัย การสร้างธรรมาภิบาล (Good Governance) ในสังคมไทย. กรุงเทพมหานคร : วิทยาลัย
 ป้องกันราชอาณาจักร.
บุษบง  ชัยเจริญวัฒนะและบุญมี  ลี้. (2546). รายงานการวิจัยตัวชี้วัดธรรมาภิบาล. กรุงเทพมหานคร : คุรุสภาลาดพร้าว.
ประสิทธิ์  ดำรงชัย. (2543). ทิศทางของประเทศไทยในการสร้างธรรมาภิบาลและแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น. เอกสารประกอบการ
 ประชุมวิชาการ เรื่องความสำเร็จและบทเรียนของประเทศต่าง ๆ ในการสร้างธรรมาภิบาล และการป้องปราบทุจริต
 คอร์รัปชั่น. ชั้น 17 กุมภาพันธ์ 2543 ณ ห้องพิมานเมฆ โรแรมเดอะแกรท์ กรุงเทพมหานคร.
ประเวศ  วะสี. (2542). ยุทธศาสตร์ชาติ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนเพื่อสังคมธนาคารออมสิน.

พรศักดิ์  ผ่องแผ้ว. (2544). ดัชนีวัดคอร์รัปชั่นไทย : การสร้างและการตรวจสอบความเชื่อถือได้. รายงานวิจัย เสนอต่อ ป.ป.ช.,
 กรุงเทพมหานคร.
พรศักดิ์  ผ่องแผ้ว. (2545). โครงการวิจัยการบริหารจัดการปกครองที่ดี. กรุงเทพมหานคร : สถาบันพระปกเกล้า.
พรอัมรินทร์  พรหมเกิด. (2543). “ธรรมรัฐกับการปฏิรูปสังคมและการเมือง”. รัฐสภาสาร. 48(3 มีนาคม 2543).
พิทยา  ว่องกุล. (2541). บทนำธรรมรัฐถึงธรรมาธิปไตยสุดยอดการปกครองที่ดีไม่ต้องถูกปกครอง. ใน พิทยา  ว่องกุล (บรรณาธิการ),
 ธรรมรัฐ : จุดเปลี่ยนในประเทศไทย. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยและมูลนิธิภูมิปัญญา. กรุงเทพมหานคร : บริษัท
 อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์พับลิซซิง จำกัด.
ไพฑูรย์  สินลารัตน์. (2546). กระบวนทัศน์ใหม่ในการบริหารจัดการอุดมศึกษาไทย. กรุงเทพมหานคร : คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
 มหาวิทยาลัย.
ไพโรจน์  พรหมสาสน์. (2541). การบริหารานที่ดีมีประสิทธิภาพ. พัฒนาชุมชน. 37(กรกฎาคม) : 15 – 19 .
ภาคภูมิ  นิยมวิทยพันธุ์. (2546). ความเป็นธรรมาภิบาลในองค์การบริหารส่วนตำบล : กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลดัง
 อำเภอจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี. วิทยานิพนธ์ หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการศึกษาและพัฒนา
 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
รพี  สุจรติกุล และคณะ. (2543). ธรรมาภิบาลภาคธุรกิจและสังคมไทยไร้ทุนจริต. ใน เอกสารประกอบการสัมมนาทางวิชาการ
 ประจำปี 2543 เรื่อ สังคมไทยไร้ทุจริต วันที่ 18 – 19 พฤศจิกายน 2543 ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ จอมเทียน
 ชลบุรี.
รัชนา  ศานติยานนท์ และคณะ. (2544). รายานวิจัยรูปแบบใหม่ขอการบริหารจัดการที่ดีในมหาวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร :
 โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ลิขิต  ธีรเวคิน. (2541). ธรรมรัฐคืออะไร. กรุงเทพมหานคร : มติชน 6 (16 มิถุนายน 2541).
ศิรินารถ  นันทวัฒนภิรมย์. (2547). การบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานตามหลักธรรมาภิบาล อำเภอเมืองลำพูน. การศึกษาค้นคว้า
 แบบอิสระ หลักสูตรปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สงบ  ประเสริฐพันธุ์. (2547). หลักธรรมาภิบาลคือหลักการทำงานที่ดี. ใน รวมบทความด้านการศึกษาและการบริหารการศึกษา.
 อุตรดิตถ์ :  มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์.
สมชาย  ภคภาสน์วิวัฒน์. (2541). ธรรมรัฐแห่งชาติและเรื่องที่ชวนให้คิดต่อเนื่อง. เนชั่นสุดสัปดาห์. 6(29 มกราคม – 4
 กุมภาพันธ์ 2541) : 81.
สถาบันพระปกเกล้า. (2545). วัดระดับการบริหารการจัดการที่ดี. นนทบุรี.
สถาบันพระปกเกล้า. (2545). รายงานการวิจัย การศึกษาเพื่อพัฒนาดัชนีวัดผลการพัฒนาระบบการบริหารจัดการที่ดี. นนทบุรี.
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชาการพลเรือน. (2543). การบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี (Good Governance). รายงาน
 ประจำปี 2541 – 2543. กรุงเทพมหานคร.
สำนักงานนายกรัฐมนตรี. (2542). ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี.
 กรุงเทพมหานคร.
สุดจิต  นิมิตกุล. (2543). กระทรวงมหาดไทยกับการบริหารจัดการที่ดี. ใน การปกครองที่ดี (Good Governance). กรุงเทพมหานคร :
 บพิธการพิมพ์.
สยุมพร  ปุญญาคม. (2541). การบริหารจัดการที่ดี (Good Governance) กับหลักพระพุทธศาสนา. วิทยานิพนธ์  รัฐประศาสนศาสตร
 มหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุธาวัลย์  เสถียรไทย. (2546). ธรรมาภิบาลด้านสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
 (สกว.).
สุทัศน์  สิงหเสนี. (2542). วิสัยทัศน์การเมืองของชนชั้นนำ-ข้าราชการเกี่ยวกับการก้าวสู่ภาพลักษณ์ของรัฐบาลธรรมรัฐภายใต้กลไก
 และกติกาการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2540. วิทยานิพนธ์  รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุทัศนา  สุทธิกุลสมบัติ. (2550). ธรรมาภิบาล (Good Governance) คืออะไร. ใน การจัดการความรู้ KM ศภ. 5 กสอ. 7(9 กรกฎาคม
 2550), กรุงเทพมหานคร : กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม.
สุรชาติ   บำรุงสุข. (2541). “กองทัพกับธรรมรัฐ : การควบคุมทหารโดยพลเรือน 2”. มติชนสุดสัปดาห์ 18 (4  สิงหาคม 2541)
 หน้า 12 – 13.

สุวรรณา  ทองคำ. (2545). สภาพการปฏิบัติงานตามหลักธรรมาภิบาลในโรงเรียนสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสิงห์บุรี.
 วิทยานิพนธ์ หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันราชภัฏเทพสตรี, ลพบุรี.
สุวกิจ  ศรีปัดถา. (2545). การปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษา : ศึกษาเฉพาะกรณีสถาบันราชภัฏมหาสารคาม.
 เอกสารวิชาการส่วนบุคคล, สถาบันพระปกเกล้า.
อมรา  พงศาพิชญ์ และนิตยา  ภัทรลีรดะพันธุ์. (2541). รายงานวิจัยองค์การให้ทุนเพื่อประชาสังคมในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร
 : สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อมรา  พงศาพิชญ์. (2543).  “ธรรมนูญกับประชาสังคมและองค์กรประชาสังคม”. เอกสาร ประกอบการสัมมนา เรื่องสิ่งแวดล้อมใน
 รัฐธรรมนูญแปลงแนวคิดสู่ปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร : กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
 และสิ่งแวดล้อม.
อรพินท์  สพโชคชัย. (2541). สังคมเสถียรภาพและกลไกประชารัฐที่ดี. รายงานที่ดีอาร์ไอ. 20 มกราคม 2541.
อรพินท์  สพโชคชัย. (2551). การกำกับดูแลที่ดีในภาครัฐ (Good Governance). สืบค้นเมื่อ 9 มกราคม 2551,  
 จาก http://www.nidambe 11.net/ekonomiz/2006q2.
อานันท์  ปันยารชุน. (2542). มุมมองนายอนันท์. กรุงเทพมหานคร : มติชน.
อานันท์  ปันยารชุน. (2543). “สังคมโปร่งใสไร้ทุจริต”. รายงานที่ดีอาร์ไอ. 28 พฤศจิกายน.
อานันท์  ปันยารชุน. (2543). ความสำเร็จและบทเรียนของประเทศต่าง ๆ ในการสร้างธรรมาภิบาลและการป้องปรามทุจริตคอร์รัปชั่น.
 เอกสารบรรยายพิเศษในการประชุมวิชาการเรื่องความสำเร็จและบทเรียนของประเทศต่าง ๆ ในการสร้างธรรมาภิบาล
 และการป้องปราม ทุจริตคอร์รัปชั่น. 17 กุมภาพันธ์ 2543 ณ ห้องพมานเมฆ โรงแรมเดอะแกรน์,
 กรุงเทพมหานคร.
AusAID. (2000). Good Governance : Guiding principles for implementation. The Australian Government’s Overseas AID Program.
Godbo;e, M. (2001). Report of the One Man Committee on Good Governance.
http://www.maharashtra.gov.in/pdf/goodgovmh.pdf.retrived, January 9, 2008.
OHCHR. (2551). Good Governance : What is good governance?. สืบค้นเมื่อ วันที่ 9 มกราคม 2551.
 http://www. Unhchr.ch/development/governance.
UNESCAP. (2551). What is good governance?. สืบค้นเมื่อ วันที่ 9 มกราคม 2551.
 http://www. unescap.org/pdd/projectActivities/ongoing/gg/governance.asp.

PHP-Nuke
ติดประกาศ Friday 20 Jun 08@ 10:57:41 ICT โดย nuanphan
 
· ข้อมูลเพิ่มเติม PHP-Nuke
· เสนอข่าวโดย nuanphan


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด PHP-Nuke:
วิถีชีวิตของผับ และนิสิตติดผับ ข้างรั้วมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

คะแนนเฉลี่ย: 4
จำนวนผู้ลงคะแนน: 2


โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:

สุดยอด
ดีมาก
ดี
ธรรมดา
แย่


 หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์

ความคิดเห็นที่แสดงนี้เป็นของเป็นของผู้ลงประกาศ. ทางเว็บไซต์ ไม่ขอรับผิดชอบในเนื้อหาเหล่านี้.

ผู้ไม่ลงทะเบียน ไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น , โปรด ลงทะเบียน

William (จำนวน: 1)
โดย mhho (xhaoren@gmail.com) เมื่อ Thursday 01 Dec 11@ 14:53:48 ICT
(ข้อมูลผู้ใช้ | ส่งข้อมูลออกไป) http://www.rubwatches.com
A big thank you for your blog article. Really looking forward to read more. Keep writing.



Madeline (จำนวน: 1)
โดย mhho (xhaoren@gmail.com) เมื่อ Thursday 08 Dec 11@ 13:05:20 ICT
(ข้อมูลผู้ใช้ | ส่งข้อมูลออกไป) http://www.rubwatches.com
Which is some inspirational things. Never knew that opinions may very well be this varied. Many thanks for all of the enthusiasm to give this kind of valuable info right here.



V Neck Wedding Dresses (จำนวน: 1)
โดย yaya (xiaozhou1101@yahoo.com) เมื่อ Tuesday 07 Aug 12@ 08:40:13 ICT
(ข้อมูลผู้ใช้ | ส่งข้อมูลออกไป) http://www.jreplicawatches.com/
The craze for sexy swimwear and bikini seems to be increasing over the last 50 years. There was a time when women used to wear full clothes at the beaches but today looking ravishing and hot in bikini is in trend.



after six bridesmaid dresses (จำนวน: 1)
โดย yaya (xiaozhou1101@yahoo.com) เมื่อ Wednesday 15 Aug 12@ 19:10:28 ICT
(ข้อมูลผู้ใช้ | ส่งข้อมูลออกไป) http://www.jreplicawatches.com/
Please never let your opinions and insightful knowldge be squelched, shaped, or distorted. The information you provided here regardless of its complexity or simplicity has made a major impact on my epistemological groundwork and will not be forgotten. Livestrong blogger!



navy bridesmaid dresses (จำนวน: 1)
โดย yaya (xiaozhou1101@yahoo.com) เมื่อ Wednesday 15 Aug 12@ 19:18:20 ICT
(ข้อมูลผู้ใช้ | ส่งข้อมูลออกไป) http://www.jreplicawatches.com/
Island hopping throughout the Philippines is an adventure by itself and something that you can experience at any age thanks to the great numbers of boats, bancas, ferries and flights to get you from one tropical island paradise to another


PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle Copyright © 2006 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.17 วินาที